ตัวละครของหนังตะลุง

ตัวละครหนังตะลุง



          ตัวละครหนังตะลุงหรือรูปหนังตะลุง เป็นอุปกรณ์สำคัญ ในการแสดงหนังตะลุง หนังคณะหนึ่ง ๆ ใช้รูปหนังประมาณ 150 ? 200 ตัว ต้นแบบได้มาจากรูปหนังใหญ่ ซึ่งต้นแบบสำคัญคือรูปเรื่องรามเกียรติ์ ที่ฝาผนังรอบวัดพระแก้วผสม ผสานกับรูป หนังของชวาฃองรูปหนังตะลุงแต่ละรูปไม่มีชื่อเฉพาะตัว (ยกเว้นตัวตลก) เวลาจะแสดงนายหนัง จะเป็นผู้ตั้งชื่อของตัวหนัง แต่ละ ตัวตามเรื่องที่จะเล่น
 ฤาษี

    ฤาษีเป็นรูปครูที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์สามารถป้องปัดเสนียดจัญไร และภยันตรายทั้งปวงทั้งช่วยดลบันดาลให้หนังแสดง ได้ดี เป็นที่ชื่นชมของคนดู
    ขณะที่ออกฤาษี ดนตรีทำเพลง เชิด ตีทับกลอง โหม่ง ฉิ่ง ปี่ ซอ ทำจังหวะเร็ว นายหนังจับไม้ ตับ ฤาษีมือหนึ่ง อีกมือหนึ่ง จับไม้ มือห่างจากจอประมาณ 1 ศอก ให้เงาปรากฏบนจอเฉพาะมือฤาษี ชี้ไม้เท้าไปจากซ้ายของจอ หลบรูป 3 ครั้ง แล้วออกรูป ให้ส่วนหัวรูปทับกลางจอ เชิดถอยหน้าถอยหลัง หลบรูปเข้าทางซ้าย ออกจากทางซ้ายเชิด เหมือน ครั้งแรก หลบรูปเข้าทางซ้าย เรียกว่าฤาษีท่องโรง แล้วออกรูปทางขวา ทับรูปกลางจอให้ส่วนล่างห่างจากจอประมาณ 4 นิ้ว ดนตรีทำเพลงเดิน การเดินรูป ฤาษี มีลีลาการเดินโดยเฉพาะ คล้ายคนแก่เดิน ชี้ไม้เท้าไปข้างหน้า งอแขนเล็กน้อย กดไม้เท้า ลงต่ำแล้วแกว่งแขนมาสุดหลัง แกว่งกลับไปหน้าสลับกัน 9 ครั้ง มือนายหนังบิดไม้ตับไปมา สลับกันทำให้เกิด เงาเหมือน อาการ เดินจริง ๆ แล้วยกรูปขึ้นสูงกว่า เดิมเล็กน้อย บอกสัญญาณให้ลูกคู่ทราบว่า ต่อไปเดินเร็ว ทำเพลงเดินจังหวะเร็ว การเดินและนาดรูป มีลักษณะเหมือน การเดิน ครั้งแรก แต่ลีลาการเดินเร็วขึ้น นาดรูป 9 ครั้ง ดนตรีเปลี่ยนจังหวะเพลงเดินเป็น 3 จังหวะ ภาษาชาวบ้านเรียกว่าฤาษีขุดมัน และฤาษีตกบ่อท่าละ 9 ครั้ง แล้วยกรูปฤาษีสูงขึ้น ทำ เพลงเชิดหลบรูปเข้าทางซ้าย ออกมา ทางขวา รูปอยู่กลางจอ เวียนไม้ตับช้า 3 รอบ ปักไม้ตับกับหยวก ลงเครื่อง นายหนังร่ายมนต์เบา ๆ เริ่มตั้งนโม 3 จบ ตั้งสังเคชุมนุมเทวดา แล้วร่ายโองการซึ่งมีหลาย สำนวนที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน ซึ่งนายหนังเรียนโองการนี้มาจากอาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาหนังตะลุง

  ?โอมชัยมหาชัย                กัญจัญไรได้ร้อยโยชน์
    หนีไกลไปพ้นโกฏิ             สรรพผีโภตบ่อทนทาน
    เบิกพระเนตรและบาดาล         ทำสะพานพูนถนน
    พระครูกูหนึ่งตน              ชื่อพระอุณรุทธชัยเถร
    พระฤาษีทั้งเจ็ดองค์            มาเข้ามณฑลกูเจ็ดวันเจ็ดคืน
    จึงหยิบเอาขวดแก้วน้ำมนต์นั้น      ไปรดต้นโพธิ์ต้นไทร
    รดทั้งสรรพสะเดียดจัญไร         ที่มีผีลีไท
    นโมพุทธัสกำจัดออกไป          นโมธัมมัสมากำจัดออกไป
    นโมสังฆัสมากำจัดออกไป         สรรพสะเดียดจัญไร
    อย่าเข้ามาใกล้ตัวกู             ณ พัทธสีมามณฑล?
   (ดนตรีทำเพลงเชิด หลบรูปฤาษีเข้าโรง) 

    ร่ายโองการหรือร่ายมนต์ฤาษีเป็นของเก่า หนังรุ่นแรก ๆ ผูกแต่งขึ้นเป็นภาษาถิ่น เช่น เดียด สะเดียด คือเสนียด ผีโภต คือภูตผี การออกฤาษีหรือชักฤาษี ถือเป็นศิลปะการเชิดขั้นสุดยอด หนังคณะใดจะเชิดรูปอื่น ๆ ได้ดีหรือไม่เพียงใด ดูที่การเชิดรูปฤาษีนี่เอง    





พระอิศวร
      รูปพระอิศวร ถือเป็นรูปศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเทพเจ้าแห่งความบันเทิง พระอิศวรจะทรงโคอุสุภราชหรือนนทิ หนังเรียก รูป พระอิศวรว่ารูปพระโค หรือรูปโค หนังคณะใดสามารถเลือกหนังวัวที่มีเท้าทั้ง 4 เป็นสีขาว โหนกสีขาว หน้าผากรูปใบโพสีขาว ขนหางสีขาว วัวประเภทนี้หายากมากถือเป็นมิ่งมงคล ตำราภาคใต้เรียกว่า ตีนด่าง หางดอก หนอกพาดผ้า หน้าใบโพ
     โคอุสุภราชมีสีเผือก แต่ช่างแกะรูปให้วัวเป็นสีดำนิล เจาะจงให้สีตัดกับสีรูปพระอิศวร ตามลัทธิพราหมณ์ พระอิศวรมี 4 กร ถือตรีศูล ธนู คทา และบาศ พระอิศวรรูปหนังตะลุงมีเพียง 2 กร ถือจักรและพระขรรค์เพื่อให้รูปกระทัดรัดสวยงาม
      รูปพระ อิศวร ออกเป็นลำดับที่ 2 ถัดจากรูปฤาษี เพลงประกอบเชิดใช้เพลงเชิดฉิ่ง เพลงพระยาเดิน และเพลงกราวนอก พระอิศวรสถิต อยู่ ณ เขาไกรลาศ ถือเป็นแดนสวรรค์ จึงเหาะลงมาจากเบื้องบน เริ่มแรกอยู่ห่างจากจอ เกิดเป็นเงาใหญ่ สั่นระรัว ซึ่งหมายถึงอิทธิฤทธิ์ เมื่อรูปเลยเขตจอแดนมนุษย์ลงมา ทาบรูปส่วนบนให้ติดกับจอ แสดงการก้าวกระโดดของโคอุสุภราช สะบัดเท้าหน้าเท้าหลัง มือผู้เชิดกระแทกกับหยวกกล้วยเป็นจังหวะ ไปด้านขวา 9 ครั้ง ไปด้านซ้าย 9 ครั้ง สลับกันไป การเชิดกลับซ้ายขวาจำนวนกี่ครั้งไม่มีเกณฑ์ตายตัว ไม่เกิน 2 นาที แล้วให้รูปห่างจากจอสั่นระรัวปักรูปกับหยวกโดยเร็ว ดนตรีหยุดบรรเลง แล้วเชิดเบา ๆ ประกอบการร่ายโองการ
     โองการหรือร่ายมนต์พระอิศวร มี 3 โองการ ทุกสำนวนมีเนื้อหาใกล้เคียงกัน เช่น

 ?โอมข้าจะไหว้ฤาษีชีเฒ่าอาจารย์       สั่งสอนครบถ้วนทุกประการ
เรื่องเล่นในโลกพสุธา                     กลางวันเล่นละครโนรา
คนเห็นประจักษ์ตา                       ประดับประดาด้วยเครื่องเรืองอุไร
ราเอ๋ยราตรีอัคคีแจ่มใส                  เอาหนังมาส่องแสงไฟ
แลดูเพริดพริ้งลวดลาย                  พรั่งพร้อมด้วยเครื่องประโคมทั้งหลาย
เชิดโฉมเฉิดฉาย                        รำร่ายอรอ้อนออ
เอาไม้ไผ่สี่ลำปักทำเป็นจอ               สี่มุมหุ้มห่อด้านหนึ่งขึงกั้นผ้าขาว
เอาหนังพระโคมาต่อตัด                เป็นรูปอิศวรนารายณ์จ้าว
กลางหาวล่องแล้วลับแสง               ลงการากษสสำแดง
อยุธยากล้าแข็ง                           มาเล่นหนังให้ท่านทั้งหลายดู
ยกสองเท้ารูปเชิดชู                     รบรอต่อสู้บ่มิได้หลบเลี่ยงเบี่ยงบัง
มีผ้าขาวกางกั้นกำบัง                    เป็นทับทาบตัวหนัง
ไฟส่องแสงไฟแลงาม                   เบื้องซ้ายข้าไหว้ท้าวราม
เบื้องขวาทรงนาม                       ปิ่นเกล้าท้าววรามณ์ศักดา
ขอให้มีสิริเดชา                          อันตรายอย่าได้บีฑา
จงช่วยห่อหุ้มคุ้มภัย                     ศรีศรีสวัสดีมีชัย
เล่นในสถานที่ใด                        ขอให้ลาภล้นสมหวัง
ศรีศรีสวัสดีมีลาภัง                    ห่อหุ้มคุ้มบัง
อันตรายอย่าได้มีมา? (ดนตรีเชิด หลบรูปพระอิศวรเข้าฉาก)




เจ้าเมือง

        เจ้าเมืองหรือพระราชา ส่วนมากจะเป็นพระบิดาของพระเอกหรือนางเอก ในบางเรื่องเจ้าเมืองมีบทบาทไม่มากนัก แต่บางเรื่องก็เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ตัวเอกต้องเดินทางออกจากเมือง






นางเมือง


        เป็นมเหสีของเจ้าเมืองมีีบทบาทเป็นเพียงผู้ตามแม้บางครั้งจะเห็นว่าการที่เจ้าเมือง สั่งลงโทษพระโอรสหรือ พระธิดา ไม่เป็นการถูกต้องแต่มักมิได้คัดค้าน


พระเอก


         พระเอกในวรรณกรรมหนังตะลุงส่วนใหญ่จะเป็นโอรสกษัตริย์ แต่บางเรื่องพระเอกอาจจะอยู่ในฐานะ ของลูกตายาย ซึ่งเป็นคนจน พระเอกจะมีคุณสมบัติเป็นผู้มีความรู้ มีความสามารถ มีคุณธรรม มีอำนาจวิเศษเหนือมนุษย์ธรรมดา มีของวิเศษ เป็นอาวุธประจำกายซึ่งอาจได้รับจากฤาษีหรือเทวดา ตัวเอกฝ่ายชายส่วนใหญ่จะมีรูปร่างงามสง่า กล้าหาญ แต่มักจะเจ้าชู้มี ภรรยามาก


นางเอก
 
         นางเอกในวรรณกรรมหนังตะลุงส่วนใหญ่มักจะเป็นธิดาของกษัตริย์หรือธิดาของเจ้าเมืองยักษ์ หากเป็นธิดาของเจ้า เมืองยักษ ์มักจะเป็นผู้ที่ฤาษีนำมาชุบเลี้ยงไว้ หรือถูกบิดาส่งมาให้ศึกษาศิลปะวิชา นางเอกจะมีรูปร่างที่งดงาม จิตใจดีแทบ ทุกเรื่อง ในวรรณกรรมบางเรื่องนางเอกอยู่ในรูปกำบังคือมองไม่เห็นตัวหรืออยู่ในคราบที่น่าเกลียดน่ากลัวคล้ายๆ นางปีศาจ แต่ภายหลังก็ได้รับการแปลงโฉมให้งดงามเหมือนเดิม ลักษณะนิสัยอีกอย่างหนึ่งของนางเอกคือมีความซื่อสัตย์รักเดียวใจเดียว และมีความจงรักภักดีต่อสามี

 
นางเบียน

        นางเบียน หรือนางสองแขน หรืออีท้ายเด้งหรือนางกาข้า เป็นชื่อรูปหนังตะลุงตัวหนึ่ง เป็นตัวนางฝ่ายอธรรม รูปร่าง ลักษณะ นางเบียนมีหน้าตาขี้เหร่ ร่างใหญ่ หน้าแบน คิ้วหยัก มักมีไฝบนใบหน้า ผมยาวดัดลอนประบ่า ก้นงอนเชิด แขนยาวเคลื่อนไหวได้ทั้งสองข้าง ลักษณะนิสัย นางเบียนจะรับบทเป็นตัวโกงฝ่ายหญิงโดยมากเป็นชายาฝ่ายซ้ายของเจ้าเมือง จะคบหากับอำมาตย์ผู้คิดมิชอบต่อแผ่นดินคบหากับฤาษีผู้ไม่ตั้งมั่นในธรรม เพื่อแต่งกลและทำคุณไสยให้เจ้าเมืองหลงรัก เข้าพระทัยผิดพระชายาฝ่ายขวา ลงโทษชายาฝ่ายขวา และบุคคลอื่นที่นางไม่ชอบ ตอนต้นเรื่องนางเบียนจะทำการได้สำเร็จ แต่บั้นปลายเมื่อความจริงทุกอย่างปรากฏชัด นางจะได้รับโทษทัณฑ์อย่างแสนสาหัส จากวรรณคดีเก่า ๆ ที่หนังตะลุงนำมา แสดง ตัวนางเบียน ได้แก่นางจันทาในเรื่องสังข์ทอง และนางกาไวยในเรื่อง วรวงศ์ เป็นต้น เวลาพูดแสดงอาการดัดจริต ลากเสียงแหยะๆ ก้อร่อก้อติก ไร้กิริยาผู้ดี ลักษณะอาการทุกอย่าง ล้วนเป็นโทษสมบัติและค่านิยมต่ำ

ยักษ์


        ยักษ์เป็นตัวละครที่มีปรากฏในวรรณกรรมหนังตะลุงแทบทุกเรื่อง ยักษ์จะมีหลายสถานภาพตั้งแต่กษัตริย์ยักษ์ ธิดายักษ์ เสนายักษ์ ตลอดจนยักษีที่อาศัยอยู่ในป่า หาสัตว์ป่าและผลไม้กินเป็นอาหาร ยักษ์มีรูปร่างใหญ่โตน่ากลัว มีเขี้ยวงอกโง้งมา นอกปาก ถือไม้ตะบองเป็นอาวุธ มีกิริยาทะลึ่งตึงตัง ชอบทำลายระรานผู้อื่นและมีความโลภ อยากได้อะไรก็ต้องได้ โดยไม่คำนึง ถึงความถูกผิดหรือบาปกรรม ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ร้ายในเรื่อง แต่ช่วงปลายของเรื่องจะสำนึกตัวกลับตนเป็นคนดี




        

อ้ายหนูนุ้ย

       

นายยอดทอง

         

นายสีแก้ว

         

อ้ายสะหม้อ

         

อ้ายขวัญเมือง

        

อ้ายโถ


         

ผู้ใหญ่พูน

        






                         

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น